ปัญหาหลักที่มักเกิดขึ้นเมื่อมีการต่อเติมบ้าน คือเกิดการทรุดตัวของส่วนต่อเติมเมื่อใช้งานไปได้ระยะเวลาหนึ่ง ทำให้เกิดความไม่สะดวกสำหรับการใช้งาน และเกิดความกังวลในเรื่องความปลอดภัย
เรื่องการต่อเติมบ้านซึ่งพบมากเป็นอันดับต้นๆ คือการต่อเติมครัว โดยมักจะเป็นการต่อเติมขยายครัวที่อยู่หลังบ้านให้เป็นห้องกว้างขึ้น ทุบกำแพงห้องของตัวบ้านเดิมทิ้ง จากนั้นจึงทำพื้นและหลังคาจนชิดกับกำแพงของตัวบ้าน

แต่หลังจากใช้งานไปได้ระยะเวลาหนึ่งก็พบว่าเกิดการทรุดตัวของพื้น และมีรอยแตกร้าวของกำแพงแยกจากตัวบ้าน รวมทั้งหลังคาที่ทำใหม่ก็จะรั่วซึม ซึ่งมักเกิดขึ้นอย่างเป็นปกติเลยทีเดียว และเราจะสามารถป้องกันปัญหาดังกล่าวไม่ให้เกิดขึ้นได้หรือไม่

การป้องกันไม่ให้เกิการทรุดตัวและแตกร้าวนั้น โดยทั่วไปแล้วสามารถทำได้ในระดับหนึ่ง เนื่องจากการต่อเติมหรือสร้างโครงสร้างใหม่เพิ่มติดกับโครงสร้างเดิม ย่อมมีการทรุดตัวของโครงสร้างไม่เท่ากันเกิดขึ้น เนื่องจากโครงสร้างกับโครงสร้างใหม่เพิ่มติดกับโครงสร้างเดิม ย่อมมีการทรุดตัวของโครงสร้างไม่เท่ากันเกิดขึ้น เนื่องจากโครงสร้างเดิมที่สร้างมาก่อนอาจหยุดการทรุดตัวแล้ว เทียบกับโครงสร้างใหม่ย่อมมีการทรุดตัว

ดังนั้นการที่โครงสร้างที่ติดอยู่กันเกิดการทรุดตัวไม่เท่ากันจึงเกิดรอยร้าวหรือรอยแยกขึ้น

กรณีของการต่อเติมโครงสร้างและเกิดรอยแยกทรุดอย่างมากนั้นมักเกิดจากการก่อสร้างด้วยการทำฐานราก เสาเข็มขึ้นมาใหม่เพียงด้านที่ขยายเพิ่ม และทำการเชื่อมคานใหม่เข้ากับโครงสร้างตัวบ้านเดิมด้วยการเจาะเสียบเหล็กเท่านั้น

ดังนั้นเมื่อโครงสร้างใหม่ทรุดตัว รอยต่อก็จะถูกดึงแยกออก ซึ่งวิธีการที่ถูกต้องคือต้องทำฐานรากสำหรับโครงสร้างที่ต่อเติมขึ้นมาใหม่

แต่บางครั้งก็ทำไม่ได้เนื่องจากพื้นที่ไม่เพียงพอที่จะทำงานได้ จากการทรุดตัวไม่เท่ากันของโครงสร้างใหม่และโครงสร้างเก่าเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงได้ยาก ดังนั้นจึ้งต้องใช้การป้องกันเมื่อเกิดการทรุดตัวของกำแพงที่อยู่ติดกัน โดยทำให้รอยต่อของกำแพงมีวัสดุสำหรับการปิดเมื่อทรุดตัว เพื่อป้องกันการซึมเข้าของน้ำฝนภายนอกได้

หากว่ามีพื้นที่กว้างพอที่จะทำโครงสร้างด้วยเข็มที่ยาวใกล้เคียงกับของโครงสร้างเดิมคงต้องใช้ระบบของเสาเข็มเจาะ และความกว้างอย่างน้อยที่สุดเท่าใดจึงจะสามารถทำเข็มเจาะได้ คือ 3 เมตร แต่ก็อาจจะทำให้งบประมาณบานปลาย

วิธีป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดหรือให้เกิดผลน้อยที่สุด คือควรหาช่างที่เข้าใจกลไกการทรุดตัวของโครงสร้างซึ่งถ้าเป็นวิศวกรได้ก็จะเป็นการดียิ่ง เพราะจะได้ทำการประเมินและหาวิธีการทำฐานราก และจะต้องอธิบายให้เจ้าของเข้าใจว่าจะสามารถป้องกันหรือชะลอการทรุดตัวได้อย่างไร และจะยอมให้มีการเชื่อมโครงสร้างใหม่ กับโครงสร้างเดิมหรือไม่

การจะป้องกันการทรุดตัวและแตกร้าวของการต่อเติมโครงสร้างเป็นสิ่งที่ทำได้และทำไม่ได้ควบคู่กันไป แล้วแต่พื้นที่ที่จะดำเนินการ ถ้าเป็นการต่อเติมโครงสร้างที่มีขนาดใหญ่ เช่น การต่อเติมที่มีมากกว่า 1 ชั้นแล้ว ควรที่จะให้วิศวกรเป็นผู้กำหนดและออกแบบ

งานต่อเติมโครงสร้างจัดเป็นงานที่อาจทำได้ยาก และมีอุปสรรคขณะทำงานเกิดขึ้นได้อย่างไม่คาดหมาย เช่น การต่อเติมมีผลกระทบต่องานระบายน้ำหรืองานระบบประปา และยังมีปัญหาเนื่องจากการทำงานที่ต้องหาคนที่ไว้ใจได้ให้มาทำงาน เพื่อความปลอดภัยของเจ้าของบ้านเป็นสำคัญ และเรื่องค่าใช้จ่ายสำหรับงานต่อเติมย่อมมีราคาสูงกว่างานก่อสร้างธรรมดา เนื่องจากผู้รับงานต้องเผื่อเรื่องระยะเวลาในการทำงาน เพราะงานอาจทำไม่เสร็จในเวลาที่ประเมินไว้แต่แรก

ที่มา http://www.home.co.th